แร่ธาตุ 78 ชนิดในรูปคอลลอยด์ (78 COLLOIDAL MINERALS)

Colloidal คอลลอยด์

ร่างกายของเรามีแร่ธาตุราว 4% ของน้ำหนักตัว แร่ธาตุไม่ได้ให้พลังงานหรือทำหน้าที่เป็นหน่วยการสร้าง แต่จะทำงานร่วมกับสารอาหารอื่น ๆ โดยเฉพาะไวตามินเพื่อให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ

แร่ธาตุในรูปคอลลอยด์ คืออะไร

มนุษย์ไม่สามารถกลืนหินบดละเอียดเข้าไป และคาดหวังให้ร่างกายสกัดสารอาหารแร่ธาตุที่จำเป็นจากหินนั้น ร่างกายจะสามารถดูดซึมหินในสภาพบดละเอียดได้ไม่เกิน 10% และส่วนที่เหลืออีก 90 %จะถูกขับออกจากร่างกาย แต่ถ้าเรานำหินบดละเอียดแบบเดียวกันนี้ไปเลี้ยงพืช พืชจะสามารถรับไว้ได้หมดและเปลี่ยนหินนั้นให้กลายเป็นแร่ธาตุในรูปคอลลอยด์* แร่ธาตุในรูปคอลลอยด์สามารถดูดซึมในร่างกายได้สูงถึง 98 % เนื่องจากอยู่ในรูปของของเหลวและมีขนาดเล็กกว่าเซลล์ร่างกายหลายพันเท่า อนุภาคทั้งหมดของแร่ธาตุคอลลอยด์จะเป็นประจุลบขณะที่ผนังลำไส้ในร่างกายจะเป็นประจุบวก ซึ่งจะทำให้เกิดการดึงดูดทำให้แร่ธาตุในรูปคอลลอยด์ ถูกดูดซึมผ่านซึมผ่านเนื้อเยื่อที่ไวต่อความรู้สึกในปาก ลำคอและหลอดอาหารตรงเข้าสู่กระแสโลหิตได้ทันที

 

ความจำเป็นในการเสริมแร่ธาตุให้ร่างกาย

น่าเสียดายที่พืชสามารถดึงเกลือแร่จากดินได้ แต่ไม่สามารถให้แร่ธาตุที่ใช้ไปกลับคืนสู่ผืนดินได้ ดังนั้นการเพาะปลูกพืชในดินซ้ำ ๆ กัน หลายครั้งจึงทำให้แร่ธาตุธรรมชาติในดินหมดไป ทุกวันนี้ แร่ธาตุรอง (TRACE MINERAL) เกือบทั้งหมดได้หายไปจากอาหารของเรา พืชผักผลไม้จะมีแร่ธาตุเพียง 8-12 ชนิด ขณะที่ ในแต่ละวันร่างกายของเราต้องการแร่ธาตุต่าง ๆแม้ในปริมาณน้อย หลากหลายถึง 78 ชนิด

แม้ว่าเราจะรับประทานผักผลไม้ที่เหมาะสม แต่เราก็ยังคงเสี่ยงต่อการขาดแร่ธาตุหรือโรคขาดสารอาหาร เช่นการขาดแคลเซียมและ/หรือโบรอนจะทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน การขาดดีบุกจะทำให้ศีรษะล้าน การขาดแคลเซียม แมกนีเซียมและ / หรือ โบรอนจะทำให้เกิดนิ่วในไต ความดันโลหิตต่ำเป็นสัญญาณของการขาดโครเมียมและ / หรือวาเนเดียมและหากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆก็จะทำให้เกิดโรคเบาหวาน และยังมีโรคอื่น ๆ อีกมากมาย

คอลลอยด์ (COLLOID )หมายถึง สสารที่มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าคอลลอยด์มีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 4-7 นาโนเมตร เท่านั้น

ดังนั้น การรับประทานแร่ธาตุเสริมจาก CELLFOOD ผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนและสารอาหารคุณภาพสูง ที่ประกอบด้วยแร่ธาตุ 78 ชนิด ในรูป คอลลอยด์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุที่ไม่ได้จากอาหารอย่างครบถ้วน

 

แร่ธาตุ 78 ชนิด ในรูป คอลลอยด์ ที่มีในผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนและสารอาหารคุณภาพสูง

แอกทีเนียม แกโดลิเนียม นีออน ซิลิกา
แอนทิโมนี แกลเลียม นิกเกิล ซิลิคอน
อาร์กอน เจอร์เมเนียม ไนโอเปียม เงิน
แอสทาทีน ทองคำ ไนโตรเจน โซเดียม
แบเรียม แฮฟเนียม ออสเมียม กำมะถัน
เบริลเลียม ฮีเลียม ออกซิเจน แทนทาลัม
บิสมัท โฮลเมียม แบลเลเดียม เทคนีเซียม
โบรอน ไฮโดรเจน ฟอสฟอรัส เทลลูเรียม
โบรมีน อินเดียม แพลทินัม เทอร์เบียม
แคลเซียม ไอโอดีน พอโลเนียม แทลเลียม
คาร์บอน อิริเดียม โพแทสเซียม ทอเรียม
ซีเรียม เหล็ก เพรซิโอดิเมียม ดีบุก
ซีเซียม คริปทอน โพรมีเทียม ไททาเนียม
โครเมียม แลนทานัม รีเนียม ทังสเตน
โคบอลต์ ลิเธียม โรเดียม วาเนเดียม
ทองแดง ลูทีเทียม รูบิเดียม ซีนอน
ดิสโพรเซียม แมกนีเซียม รูทีเนียม อิตเทอร์เบียม
เออร์เบียม แมงกานีส ซาเมเรียม สังกะสี
ยูโรเพียม โมลิบดีนัม ซีลีเนียม เซอร์โคเนียม
ฟลูออรีน นิโอดีเนียม

( หมายเหตุ ไม่มีส่วนผสมของแร่ธาตุที่เป็นอันตราย อาทิ อลูมิเนียม แคดเมียม คลอรีน ตะกั่ว ปรอท และ เรเดียม )

แร่ธาตุทั้ง 78 ชนิด ล้วนแล้วแต่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แม้บางส่วนร่างกายจะต้องการเพียงปริมาณน้อยแต่ก็ขาดไม่ได้ หากเราได้รับไม่ครบตามที่ร่างกายต้องการก็อาจเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพได้

ลองดูตัวอย่างความสำคัญของแร่ธาตุบางส่วนต่อสุขภาพ ดังนี้

โครเมียม (Cr)

o  ช่วยในการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงาน

o  เพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลินทำงานร่วมกับอินซูลินในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

o  ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับหลอดเลือดและอวัยวะต่างๆ

o  การเพิ่ม HDL หรือคลอเรสเตอรอลชนิดดี

o  ร่วมกับ RNA ในการสังเคราะห์โปรตีน

o  ป้องกันพิษที่เกิดจากตะกั่ว

  • ทองแดง (Cu)

o  ทำงานร่วมกับไวตามินซีในการสร้าง คอลลาเจน และอีลาสตินซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกายที่ช่วยบำรุงรักษาผิวหนังและทำให้ผิวหนังเกิดความยืดหยุ่น

o  ช่วยในกระบวนการสร้างเนื้อหนังขึ้นใหม่ในรายที่เป็นแผล

o  ช่วยในการสร้างฮีโมโกลบิน และเม็ดโลหิตแดง

o  เป็นตัวสำคัญในการสร้างกระดูกให้เป็นไปตามปรกติ และรักษาให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

o  จำเป็นต่อการผลิตเม็ดโลหิตแดงและเนื้อเยื่อ

o  มีส่วนในการผลิตเม็ดสีที่ผิวหนัง

  • ไอโอดีน (I)

o  ต่อมไทรอยด์ใช้ไอโอดีนในการผลิตฮอร์โมนที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต ระบบสืบพันธุ์ การสร้างกระดูกและประสาท ไอโอดีนยังมีความสำคัญต่อสุขภาพจิตด้วย

o  ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและกระตุ้นอัตราการเผาผลาญ โดยช่วยร่างกายเผาผลาญไขมันที่มากเกินไป

o  ไปช่วยกระตุ้นให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น

o  กระตุ้นให้มีการหลั่งน้ำนมมากขึ้น

o  ควบคุมประสาท ให้มีความคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง

  • เหล็ก (Fe)

o  ทำหน้าที่ผลิตเม็ดโลหิตแดง ซึ่งเป็นโปรตีนที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกาย

o  มีส่วนในการผลิตฮอร์โมนบางชนิด เนื้อเยื่อเกี่ยวพันและการส่งกระแสประสาทในสมอง

o  ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

  • แมงกานีส (Mn)

o  ต้านอนุมูลอิสระ( ANTIOXIDANT ) มีบทบาทสำคัญต่อปฏิกิริยาทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงาน การสันดาปในเซลล์ประสาท การบีบรัดตัวของกล้ามเนื้อ และการเจริญเติบโตของกระดูก

o  ช่วยการทำงานของอินซูลิน

o  ช่วยในการสังเคราะห์กรดไขมัน และคอเลสเตอรอล

o  ช่วยในการสร้างเม็ดโลหิตแดง

o  ควบคุมการทำงานของเอนไซม์หลายชนิด ซึ่งมีส่วนช่วยร่างการในการใช้ ไบโอติน ไวตามินบีและไวตามินซี เพื่อเผาผลาญโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันให้เกิดผลมากขึ้น

  • โมลิบเดนัม (Mo)ต้านอนุมูลอิสระ( ANTIOXIDANT ) ช่วยให้ร่างกายคงความแข็งแรงโดยการทำลายสภาพพิษของกำมะถันและสารประกอบของกำมะถัน
  • ซีเลเนียม (Se)

o  ลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งและโรคหัวใจ

o  ต้านอนุมูลอิสระ ( ANTIOXIDANT )

o  ทำงานร่วมกับไวตามินอี ในการรักษาเนื้อเยื่อต่างๆและชลอการแก่

o  ส่งเสริมระบบภูมิต้านทานของร่างกาย

o  ช่วยให้หัวใจทำงานดีขึ้นและส่งเสริมการสร้างพลังของเซลล์โดยการนำออกซิเจนไปเลี้ยงให้เพียงพอ

o  ส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกายให้เป็นไปตามปกติ และควบคุมสุขภาพของสายตาผิวหนัง และเส้นผม

o  ส่งเสริมให้ประจำเดือนของเพศหญิงเป็นไปโดยสม่ำเสมอและช่วยให้ไข่สุกและจะพบเกลือแร่ชนิดนี้สูงในอสุจิของผู้ชาย

o  ซีลีเนียมเป็นเกลือแร่ต้านพิษ หรือละลายพิษต่างๆ ในร่างกาย

o  รักษาความยืดหยุ่นของเนื้อหนัง

o  ป้องกันความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ หัวใจล้มเหลว เจ็บหน้าอก ไตถูกทำลาย

o  ช่วยในการปฏิบัติหน้าที่ของตับ

o  ซีลีเนียมสามารถป้องกันกัมมันตภาพรังสี รวมทั้งโลหะหนักที่เป็นพิษ เช่น ปรอทเงิน แคดเมียม ไม่ให้ดูดซึมเข้าร่างกายและขับถ่ายออกได้เร็วขึ้น

  • สังกะสี (Zn)

o  ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย โดยการไปช่วยการปฏิบัติงานของเม็ดเลือดขาวหรือที่เรียกว่า ลิมโฟไซท์ ( LYMPHOCYTE )ซึ่งเป็นเซลล์ที่ต่อต้านเชื้อโรค

o  ป้องกันและบรรเทาโรคหวัด

o  ต้านอนุมูลอิสระ (ANTIOXIDANT ) ชลอความแก่

o  มีความสำคัญต่อการดูดซึม และการปฏิบัติหน้าที่ของไวตามินโดยเฉพาะวไวตามินบีรวม

o  ช่วยในการปฏิบัติงานของอินซูลิน ถึงแม้ว่าสังกะสีไม่เป็นส่วนประกอบของอินซูลิน แต่อินซูลินจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยสังกะสี

o  ช่วยระบบสืบพันธุ์ ช่วยให้ต่อมลูกหมากทำหน้าที่ได้ถูกต้อง ป้องกันมิให้เป็นหมัน ผู้ชายที่ขาดสังกะสีอสุจิจะลดจำนวนลง และอวัยวะเพศอาจไม่แข็งตัวหากขาดสังกะสีเป็นจำนวนมาก

o  ยับยั้งการเจริญของเซลล์ มะเร็งต่อมลูกหมาก พบว่าผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก จะมีปริมาณ สังกะสี ต่ำกว่าคนปกติ

o  กระตุ้นให้แผลหายเร็วขึ้น

o  ป้องกันสิว และผิวมัน คนที่เป็นสิว และผิวมันจะพบว่าความเข้มข้นของสังกะสีในเลือดต่ำกว่าปกติ

o  สังกะสีมีความสำคัญต่อ ระบบทางเดินอาหารและระบบประสาทส่วนกลางให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ความผิดปกติทางอารมณ์เป็นผลจากการขาดสังกะสีเช่นกัน

o  คนที่เป็นต้อกระจก ในดวงตาหรือในร่างกายมักจะมีสังกะสีต่ำซึ่งธรรมดาแล้วในดวงตาจะมีสังกะสีสูง ดังนั้นสังกะสีมีความสำคัญที่จะช่วยในการมองเห็นได้ชัดป้องกันไม่ให้ตาบอดในผู้สูงอายุ การสูญเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุที่เรียกว่า MACULAR DEGENERATION นั้นพบว่า เกิดจากการขาดธาตุ สังกะสี

o  ป้องกันผมร่วง สังกะสี จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแบ่งเซลล์ของร่างกายของเส้นผม บางรายผมหลุดร่วงไปและกิน สังกะสี ก็จะช่วยให้เส้นผมใหม่งอกขึ้นได้เร็วขึ้น ยกเว้นอาการหัวล้านตามอายุนั้นใช้ไม่ได้ผลเพราะไม่มีรากผม
ทั้งนี้ คือคุณสมบัติของแร่ธาตุเพียง 8 ใน 78 ชนิด ที่อยู่ในรูปคอลลอยด์ที่พร้อมดูดซึมและนำไปใช้ได้ในทันที อย่างไรก็ตาม แร่ธาตุส่วนใหญ่จะต้องทำงานร่วมกับไวตามิน จึงจะสามารถให้ประโยชน์สูงสุดแก่สุขภาพของเราได้ ดังนั้น การเสริมไวตามิน 12 ชนิดให้แก่ร่างกายจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อเสริมสร้างสมการแห่งสุขภาพและความงาม