สิ่งที่เป็นสาเหตุของโรคเบาหวานนั้น ยังไม่มีการเจาะจงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรกันแน่ เท่าที่มีการวิเคราะห์วิจัยกันก็สรุปเพียงแต่ว่าเกิดจากการที่มีอินซูลินไม่เพียงพอต่อการทำงานของร่างกาย หรือร่างกายมีอาการดื้ออินซูลินเกิดขึ้น ตลอดจนการทำงานบกพร่องของอินซูลินที่ไม่สามารถสงเคราะห์น้ำตาลกลูโคสให้เซลล์นำไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างเต็มที่ เบาหวานประเภทที่ 1 คนทุกคนมีโอกาสเป็นได้เท่ากัน แต่เบาหวานประเภทที่ 2 เป็นโรคกรรมพันธ์คือมักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวเป็นเบาหวานอยู่แล้ว ยิ่งถ้าทั้งบิดาและมารดาเป็นเบาหวานอยู่แล้ว ผู้เป็นลูกก็จะมีโอกาสเป็นเบาหวานได้ถึง 50 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว นอกจากนี้แล้วคนที่มีลักษณะอ้วน น้ำหนักเกิน อันเกิดจากการรับประทานอาหารมากเกินไป มีไขมันในเลือดสูง และไม่ค่อยออกกำลังกายก็มีโอกาสเป็นโรคเบาหวานสูงเช่นเดียวกัน

โอกาสเป็นโรคเบาหวานสูงเช่นเดียวกัน

เบาหวานที่เป็นกันมากที่สุดคือเบาหวานประเภท 2 นั้น ในสมัยก่อน มักพบในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันนี้พบว่าคนอายุน้อยเริ่มเป็นเบาหวานกันมากขึ้น ทั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าปัจจุบันความเป็นอยู่ของคนเราสะดวกสบายมากขึ้น มีอาหารให้เลือกบริโภคได้มากมาย และความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายยิ่งทำให้คนเราไม่ค่อยจะออกกำลังกายมากเท่าที่ควร ทำให้คนมักจะมีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน เป็นโรคอ้วนกันมากจนทำให้เป็นเบาหวานได้ในที่สุด

สาเหตุของโรคเบาหวาน

อาการของโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจะมีน้ำตาลในเลือดสูง (มากกว่า 116 มก./ดล.) เนื่องจากไม่สามารถแปรสภาพไปใช้เป็นพลังงานได้ จะมีอาการปรากฏต่างๆให้สังเกต เช่น

- มีน้ำหนักลดลงจนผิดปกติ จากผู้ที่มีน้ำหนักมากๆ อยู่ๆ น้ำหนักก็ลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

- มีอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวานให้เห็น เช่น ภาวะเลือดเป็นกรด เป็นต้น

- มีอาการปัสสาวะบ่อย เนื่องจากร่างกายเร่งขับน้ำตาลส่วนเกินออกมา

- คอแห้ง เป็นอาการต่อเนื่องจากปัสสาวะบ่อย

- หิวอาหารบ่อย ทานอาหารได้จุ เนื่องจากเซลล์ได้รับพลังงานพลังงานไม่เพียงพอร่างกายจึงแสดงอาการหิวตอบสนองขึ้น

- แผลหายยาก ผิวหนังติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากเม็ดเลือดขาวมีประสิทธิภาพลดลง

- มีอาการของโรคผิวหนัง ติดเชื้อราได้ง่าย

- มีความผิดปกติทางสายตา ตาพร่ามัว เนื่องจากมีน้ำตาลคั่งในเลนส์ตา อาจจะทำให้เป็นต้อหรือโรคจอประสาทตาจากเบาหวานได้

- อาการของโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น มือสั่น ความจำไม่ค่อยดี บางทีอาจมีการช็อกโดยปัจจุบันทันด่วนซึ่งเป็นได้ในรายที่เป็นเบาหวานในระยะกลางแล้ว

ดังนั้น จึงควรสังเกตการดำเนินชีวิตประจำวันของตนเองว่าเข้าข่ายอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ และไปตรวจสุขภาพเพื่อจะได้หาทางป้องกันรักษาได้อย่างถูกต้อง