การขับสารพิษ (DETOXIFICATION)

 การขับสารพิษ Detox

หนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญของ ผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนและสารอาหารคุณภาพสูง CELLFOOD ได้แก่ การขับสารพิษ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนและสารอาหารคุณภาพสูง CELLFOOD จะเริ่มต้นทำงานในร่างกายเราด้วยการล้างสารพิษก่อน กระบวนการล้างสารพิษที่เกิดขึ้นสำหรับแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันไป ซึ่งอาจได้แก่ การขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะบ่อยขึ้น คลื่นไส้บ้าง ปวดศีรษะเล็กน้อย และ ผายลม แสดงให้เห็นว่าร่างกายเริ่มทำความสะอาดตัวเอง โดยเริ่มจากการขับถ่ายของเสียและสารพิษที่คั่งค้างมานานปีในเนื้อเยื่อ เซลล์และอวัยวะต่างๆของร่างกาย ให้ออกมาในรูปของเสมหะ และเมือกต่างๆ

กระบวนการขับสารพิษ เป็นขั้นตอนเริ่มแรกที่จำเป็นของการยกระดับสุขภาพ ซึ่งอาจกินเวลา 1-3 วันหรือบางทีอาจนานกว่านั้น ซึ่งเมื่อผ่านพ้นขั้นตอนนี้ไปได้แล้วจะรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวา ขั้นตอนของการขับสารพิษนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น“ วิกฤติของการรักษา ” ( HEALING CRISIS ) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเฉียบพลันที่เกิดจากการทำให้พลังของร่างกายเข้มแข็งขึ้นเพื่อใช้ขจัดสารพิษที่ตกค้าง การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนและสารอาหารคุณภาพสูง เป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นและขจัดสารพิษตกค้างได้มากขึ้น
หลักการรักษาของเฮอริงและวิธีการรักษาแบบย้อนกลับ
คอนสแตนติน เฮอริ่ง ( CONSTANTINE HERING ) ผู้มีชื่อเสียงในด้านการรักษาโรคด้วยการทำให้เกิดผลเช่นเดียวกับอาการของโรคหรือโฮมิโอพาธ ได้แยกแยะความแตกต่างระหว่างอาการของวิกฤตโรคและวิกฤตการรักษาไว้อย่างชัดเจน น่าเสียดายที่ความไม่รู้ทำให้เราสับสนปนเปกันระหว่างขั้นตอนการรักษาและขั้นตอนโรค และพยายามระงับอาการเหล่านั้นด้วยการใช้ยา ซึ่งจะยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและง่ายต่อการเกิดโรคมากขึ้น

หลักการรักษาของเฮอริ่งกล่าวไว้ว่า “ การรักษาทั้งหมดเริ่มจากบนลงล่าง จากภายในสู่ภายนอก ในลำดับที่ย้อนกลับสู่อาการต่างๆที่เคยเป็นมาตลอดช่วงชีวิตของผู้นั้น ” เมื่ออยู่ในขั้นวิกฤตของการรักษา สารพิษและสารก่อโรคอาจถูกขับออกมาในรูปของ เสมหะ มูก น้ำมูกใสๆ ต่อมทอนซิลโตและอาการไข้ ฯลฯ นี่เป็นวิธีทางธรรมชาติที่ขับของไม่ดีจากภายในออกมา หรือที่รู้จักกันอีกอย่างหนึ่งว่า “ การรักษาแบบย้อนกลับ ” สิ่งที่ตกค้างอยู่ในร่างกายเป็นปีๆ ( เช่น อาการป่วยในวัยเด็กที่เคยถูกระงับไว้ด้วยยา ) จะถูกขับออกมาในรูปของเหลวผ่านช่องทางปกติของการกำจัดของเสีย เราอาจต้องผ่านขั้นวิกฤตนี้หลายครั้งไปสักช่วงเวลาหนึ่ง   แต่ละครั้งสารพิษที่สะสมไว้จะถูกกำจัด ผลที่ได้คือสุขภาพใหม่และความมีชีวิตชีวา

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนและสารอาหารคุณภาพสูงยังทำงานลึกลงไปในระดับเซลล์เพื่อปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันโรค ช่วยทำความสะอาดเซลล์ นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความถี่ในการเต้นของอวัยวะต่างๆด้วย ทำให้สามารถต้านทานเชื้อที่มีความถี่ต่ำกว่า เช่น พวกไวรัส แบคทีเรียและปรสิตต่างๆ ได้มากขึ้นในช่วงวิกฤตการรักษานี้ เราอาจรู้สึกว่าไม่มีแรง เพราะร่างกายกำลังทำความสะอาดและฟื้นฟูอยู่ในระดับเซลล์ที่ลึกลงไป จึงต้องใช้พลังงานเพื่อการนี้เป็นจำนวนมาก เราอาจช่วยให้ร่างกายผ่านพ้นขั้นวิกฤตการรักษานี้ได้ ด้วยการใช้ ผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนและสารอาหารคุณภาพสูงต่อไปและดื่มน้ำมากๆ หลังขั้นวิกฤตการรักษาผ่านพ้นไปแล้ว( ซึ่งมักกินเวลาประมาณ 1-3 วัน ) คุณจะรู้สึกว่ามีเรี่ยวแรงมากขึ้นกว่าเดิมที่เคยเป็นอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนและสารอาหารคุณภาพสูง ไม่ใช่ยา จึงไม่ได้ตรงเข้ารักษาโรคโดยตรง หากแต่จะไปทำให้เซลล์มีปราการเสริมสร้างที่จำเป็นในการทำหน้าที่ตามปกติเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง เนื่องจากผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนและสารอาหารคุณภาพสูงทำงานด้วยวิธีธรรมชาติในการรักษาสมดุลและความเป็นปกติของร่างกาย จึงต้องใช้อย่างต่อเนื่อง

ร่างกายมนุษย์จะซ่อมสร้างตัวเองใหม่ทุก 11 เดือน หากเรารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่กับ ผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนและสารอาหารคุณภาพสูง CELLFOOD และผลิตภัณฑ์เสริมไวตามิน 12 ชนิด ทุกวันเป็นเวลา 11 เดือน ร่างกายจะได้รับแร่ธาตุและสารอาหารชั้นดีที่จำเป็นในการซ่อมแซมตัวเองเกือบทุกชนิด
การเปรียบเทียบระหว่างวิกฤตโรคและวิกฤตการรักษา
วิกฤตโรค

  1. มักค่อยๆเกิดและพัฒนาอาการของโรคหลายวันโดยทั่วไป อาจกินเวลาหลายเดือนหรือหลายปี
  2. เป็นผลจากนิสัยการกินอยู่ ที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม หรือการใช้ยาเกินขนาด
  3. โดยปกติแล้ว ขั้นวิกฤตนี้มักกินเวลานานกว่า 3 วัน
  4. ขาดการกำจัดให้หมดไป หรือกำจัดอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
  5. ปกติแล้วอาการของโรคจะต่างจากทีเคยเป็น
  6. เมื่อผ่านขั้นวิกฤตแล้ว มักต้องมีการพักฟื้นสักระยะ
  7. เนื้อเยื่อที่ถูกทำลายจะไม่ฟื้นคืนมาอีก หรืออาจคืนมาได้เพียงบางส่วนเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ
  8. แพทย์สามารถคลายหรือบรรเทาวิกฤตนั้นได้ด้วยการรักษาทางยา ( ให้วิกฤตนั้นหายไป )
  9. ลักษณะการเกิดวิกฤตแต่ละครั้งอาจแตกต่างกันไป และไม่สามารถคาดการณ์ได้ในแต่ละครั้ง และเมื่อวิกฤตผ่านพ้นไปแล้ว ผู้ป่วยอาจรู้สึกแย่กว่าเดิมหรือเหมือนกับเมื่อครั้งที่ยังไม่เกิดวิกฤต
  10. ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตในขั้นวิกฤตของโรค

 

วิกฤตการรักษา

  1. เกิดขึ้นทันที หลังจากรู้สึกว่าสุขภาพแข็งแรงดี
  2. เป็นผลจากการใช้โปรแกรมสุขภาพที่วางไว้ หรืออาจเกิดขึ้นทันทีหรือบางครั้งอาจเกิดหลังจากหยุดการรักษาทางยา
  3. ปกติแล้วกินเวลาประมาณ 1-3 วัน ( หรือบางครั้งอาจนานกว่านั้น )
  4. มีการกำจัดอย่างถูกต้องเหมาะสม
  5. เป็นการซ้ำอาการเดิม เพื่อย้อนกลับไปสู่ขั้นวิกฤตของโรคต่างๆที่เคยเป็นมาตลอดชีวิตของผู้นั้น
  6. หลังวิกฤตการรักษาผ่านพ้นไป สภาพของผู้เข้ารับการรักษาจะดีขึ้นมาก
  7. เนื้อเยื่อที่ถูกทำลายมักจะฟื้นคืนได้ ภายในเวลา 2-3 สัปดาห์ หรือ 2-3 เดือน
  8. ผู้อยู่ในขั้นวิกฤตการรักษาไม่ควรทำอะไรเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤต แต่ควรพบที่ปรึกษาด้านสุขภาพเพื่อขอคำแนะนำ
  9. ลักษณะการเกิดวิกฤตจะคงที่ตายตัวตามหลักการรักษาของเฮอริ่ง หลังจากที่วิกฤตผ่านพ้นไปแล้ว ผู้รับการรักษาจะรู้สึกอ่อนวัยและแข็งแรงขึ้น
  10. วิกฤตการรักษาจะไม่ทำให้เกิดการเสียชีวิต